สำนักงานกฎหมาย กิจจา ทนายความ (บริการงานกฎหมาย คดีความ จังหวัดลำปาง)
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย รับความทั่วราชอาณาจักร รับเขียนอุทธรณ์ เขียนฎีกา ฯลฯ
https://www.facebook.com/kitja.law.office
Tel : 09-4257-4789 ID Line : 0942574789

ติดต่อทนายความ
ติดต่อว่าความทั่วราชอาณาจักร รับเป็นที่ปรึกษากฎหมาย เขียนอุทธรณ์ เขียนฎีกา อรรถคดีต่างๆ
https://www.facebook.com/LawFirm.ThaiLawyer
กลุ่มปรึกษาข้อกฎหมาย
มีปัญหาคดีความ ปัญหาข้อกฎหมาย สอบถามปรึกษากลุ่มปรึกษาข้อกฎหมาย
ปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย คดีความ แนวทางต่อสู้คดี ตามแนวฎีกา
สือวิดีโอ
สาระความรู้กฎหมาย สาระบันเทิง เสริมกำลังใจ บทสวดยุค AI (พลังบวก สร้างมงคลชีวิต ตามยุคปัจจุบัน)
https://www.youtube.com/@KitjaLawOffice

รับว่าความทั่วราชอาณาจักร รับเขียนอุทธรณ์ ฎีกา ฯลฯ

ความรู้กฎหมาย แนวคดี แนวฎีกา

บริการงานด้านกฎหมาย คดีความ

ทนายรับว่าความจังหวัดลำปาง (คดีหมิ่นประมาท)
ทนายความรับว่าความจังหวัดลำปาง ทนายลำปางช่วยดำเนินคดี รักษาผลประโยชน์ ต่อสู้คดี ฟ้องคดี ทนายลำปางฟ้องคดีหมิ่นประมาท,ทนายลำปางสู้คดีหมิ่นประมาท,ทนายรับว่าความลำปางคดีหมิ่นประมาท, ทนายลำปาง คดีหมิ่นประมาท,ทนายความลำปางรับเขียนทำคำให้การ คดีหมิ่นประมาท,ทนายความลำปางรับเขียนอุทธรณ์คดีหมิ่นประมาท, ทนายความลำปางความรับเขียนฎีกาคดีหมิ่นประมาท ,ทนายความลำปางรับอุทธรณ์คดีหมิ่นประมาท, ,ทนายความลำปางไต่สวนมูลฟ้องคดีหมิ่นประมาทยินดีให้คำปรึกษา

หลักกฎหมาย ความผิดข้อหาหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว หากมิได้ร้องทุกข์และฟ้องคดีภายใน 3 เดือนคดี ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2552
โจทก์รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง สถานที่ทำการตามตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์คือ วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงจึงเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ ซึ่งเป็นข้าราชการตาม ป.พ.พ. มาตรา 46

ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพมีหนังสือถึงโจทก์ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมกับแนบหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของจำเลยที่ 2 อันมีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ไปให้โจทก์ทราบด้วย หนังสือดังกล่าวได้ส่งถึงวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับหนังสือไว้แทนโจทก์ และได้ทำบันทึกนำเสนอโจทก์พร้อมลงวันที่กำกับในวันเดียวกัน โจทก์ไม่นำสืบว่าวันนั้นโจทก์ยังไม่ได้รับหนังสือตามที่เจ้าหน้าที่เสนอ และไม่นำสืบว่าเหตุใดจึงเพิ่งเกษียณส่งหนังสือในวันที่ 2 มีนาคม 2542 แม้โจทก์ลงลายมือชื่อรับทราบและสั่งการให้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 2 มีนาคม 2542 ก็เป็นวิธีการดำเนินการตามระบบราชการเท่านั้น ถือได้ว่าโจทก์รับหนังสือดังกล่าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 และโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดในวันเดียวกัน คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์และฟ้องคดีนี้ภายใน 3 เดือน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุ โจทก์รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง และเป็นประธานกรรมการในการตรวจการจ้างเหมาก่อสร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง สัญญาจ้างเลขที่ 20/2541 ระหว่าง วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัยกับจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2541 และวันที่ 12 มกราคม 2542 จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ถึงอธิบดีกรมอาชีวศึกษาผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 7 และผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีข้อความอย่างเดียวกันทุกประการว่า “ห้างฯ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการ ซึ่งเป็นข้าราชการมิได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐเลย กลั่นแกล้งและใช้อำนาจโดยมิชอบ ทำให้ผู้รับเหมาเกิดการเสียหาย ไม่สมควรที่จะรับหน้าที่นี้ต่อไป และโปรดพิจารณาให้ประธานกรรมการ พ้นออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ และให้ย้ายออกจากพื้นที่พร้อมรับโทษที่นายไชปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามแต่ท่านจะเห็นสมควร” ต่อมากรมอาชีวศึกษาได้สั่งการให้กองการศึกษาอาชีพตรวจสอบกรณีดังกล่าว ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพจึงมีหนังสือฉบับลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2542 ส่งหนังสือเรื่องร้องขอความเป็นธรรมไปให้โจทก์ในฐานะทำหน้าที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงชี้แจง วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงได้รับหนังสือดังกล่าววันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 และวันที่ 27 เมษายน 2542 อธิบดีกรมอาชีวศึกษาได้สั่งย้ายโจทก์ไปปฏิบัติราชการประจำที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาชีวศึกษา 1 หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมอาชีวศึกษา ตามคำสั่งกรมอาชีวศึกษา หลังจากนั้นวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 กรมอาชีวศึกษามีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวตามคำสั่งกรมอาชีวศึกษา และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ข้อร้องเรียนของจำเลยทั้งสองดังกล่าวไม่มีมูลความจริง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มิได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ถูกเข้าใจว่าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังและส่งผลกระทบต่อหน้าที่ทางการงานอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เพิ่งทราบว่าถูกจำเลยทั้งสองร้องเรียนตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2542 ตามหนังสือของผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพมีถึงโจทก์เพื่อแจ้งให้โจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวและโจทก์ลงลายมือชื่อรับทราบในวันดังกล่าว จึงต้องถือว่าโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดวันที่ 2 มีนาคม 2542 โจทก์ฟ้องวันที่ 28 พฤษภาคม 2542 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า โจทก์รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง สถานที่ทำการตามตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์ คือ วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงจึงเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ ซึ่งเป็นข้าราชการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 46 และที่ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพมีหนังสือถึงโจทก์ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพได้แนบหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้แก่โจทก์มาพร้อมหนังสือดังกล่าวด้วย หนังสือดังกล่าวได้ส่งถึงวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับหนังสือไว้แทนโจทก์และได้ทำบันทึกนำเสนอโจทก์พร้อมลงวันที่กำกับในวันเดียวกัน โจทก์ไม่นำสืบให้ได้ความชัดว่าในวันนั้นโจทก์ยังมิได้รับหนังสือดังกล่าวตามที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำเสนอแต่อย่างใด และมิได้นำสืบว่าเป็นเพราะเหตุใดโจทก์จึงเพิ่งเกษียณสั่งหนังสือดังกล่าวในวันที่ 2 มีนาคม 2542 ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปถึง 7 วัน ดังนั้น แม้โจทก์จะลงลายมือชื่อรับทราบและสั่งการให้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 2 มีนาคม 2542 ก็เป็นเพียงวิธีการดำเนินการตามระบบราชการเท่านั้น จึงต้องถือว่าโจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 และโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดในวันเดียวกัน คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์และฟ้องคดีนี้วันที่ 28 พฤษภาคม 2542 ซึ่งเกินกว่า 3 เดือนแล้ว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน


คำพิพากษาฎีกาที่ 3877/2565

ประเด็นปัญหา จำเลยโพสต์ภาพและพิมพ์ข้อความแคปชั่นบนเฟซบุ๊กของจำเลย มิได้ตั้งค่าสาธารณะ ว่า คนเรานี่ก็แปลก…ชอบทำนาบนหลังคน แล้วยังมา ล้อมรั้วในที่หลวงอีก…ถ้าใครเห็นโพสต์แล้วบอกเขาบ้าง..เดี๋ยวเขาไม่รู้ จากนั้น มีเพื่อนของจำเลยมาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าว และจำเลยตอบคำถามเพื่อนของจำเลยว่า คือ คนข้างบ้านของจำเลย

อีกทั้งคนในหมู่บ้านเดียวกันกับโจทก์และจำเลยเมื่อเห็นข้อความและภาพที่ดินที่จำเลยโพสต์แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึงโจทก์ ดังนี้

ประเด็นที่ 1 การกระทำของจำเลยจะมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 หรือ ตามมาตรา 328 หรือไม่ ?

ประเด็นที่ 2 การกระทำของจำเลย จะเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนเองฯ หรือติชมด้วยความเป็นธรรม อันไม่เป็นความผิดฯ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1)(3) หรือไม่ ?

มีแนวคำพิพากษาฎีกาวินิฉัยไว้ดังนี้

คำพิพากษาฎีกาที่ 3877/2565

ข้อ 1. การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม อันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 นั้น จะต้องได้ความว่าการใส่ความดังกล่าวได้ระบุถึงตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความ เป็นการยืนยันรู้ได้แน่นอนว่าเป็นใคร

หรือ หากไม่ระบุถึงผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้น ก็ต้องได้ความว่าหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

ข้อ 2. จำเลยโพสต์เฟซบุ๊ก ซึ่งข้อความและภาพถ่ายที่ดิน ที่จำเลยโพสต์ในเฟซบุ๊กของจำเลย ไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ ผู้ถูกใส่ความไว้โดยตรง แต่เมื่อนำมาพิจารณาประกอบความเห็นของจำเลยที่ตอบคำถามเพื่อนของจำเลย

แต่เพื่อน มิได้เป็นตัวการร่วมกันใส่ความด้วย การที่เข้ามาเมนต์แสดงความคิดเห็นว่า คนที่จำเลยกล่าวถึงนั้นหมายถึงใคร จำเลยตอบ คำถามเพื่อนของจำเลยว่า คือคนข้างบ้านของจำเลย และข้อเท็จจริงที่ได้จากคำเบิกความของ น. และ ธ. คนในหมู่บ้านเดียวกันกับโจทก์และจำเลย ซึ่งเป็นบุคคลที่สามที่รับทราบเรื่องที่จำเลยใส่ความว่า เมื่อเห็นข้อความและภาพที่ดินที่จำเลยโพสต์แล้ว เข้าใจได้ทันทีว่าจำเลยหมายถึงโจทก์ โดยไม่ต้องไปสืบเสาะ หรือเสียเวลาไปหาข้อมูลหรือรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ถึงจะมารู้ภายหลังว่าหมายถึงใคร

ข้อ 3. การกระทำของจำเลยที่โพสต์ข้อความและภาพที่ดินในแอปเฟซบุ๊กของจำเลย จึงเป็นการใส่ความโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ที่ติดกับที่ดินของจำเลยแล้ว หาอาจเข้าใจว่าเป็นคนอื่นได้อีก

ข้อ 4. เมื่อข้อความที่จำเลยโพสต์ดังกล่าว เป็นการใส่ความโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ว่า โจทก์เป็นคนไม่ดีเห็นแก่ได้ หาประโยชน์ใส่ตัวเองโดยวิธีเอาเปรียบผู้อื่น เป็นคนขี้โกงเอาที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปเป็นของตนโดยมิชอบ ซึ่งวิญญูชนอ่านแล้วย่อมรู้สึกดูหมิ่นและเกลียดชังโจทก์ได้ในทันที

ข้อ 5. การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

ข้อ 6. ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 นั้น ผู้กระทำความผิดฐานนี้จะต้องเผยแพร่ข้อความ ภาพ และเสียง อันเป็นการหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป

การที่จำเลยโพสต์ข้อความและภาพลงในแอป เฟซบุ๊กของจำเลย มิได้ตั้งค่าสาธารณะ มีลักษณะเป็นเพียงการแจ้งหรือไขข่าว ไปยังเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เป็นเพื่อนของจำเลยในแอปเฟซบุ๊กของจำเลย เท่านั้น ยังไม่ถึงกับมีเจตนากระจายข่าวไปสู่สาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป จำเลยจึง ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

ข้อ 7. ข้อความที่จำเลยใส่ความโจทก์ว่า “ล้อมรั้วในที่หลวง” ในลักษณะทำนองว่า เอาที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปใช้ประโยชน์ส่วนตน จะเป็นจริงหรือไม่ ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะลงข้อความและภาพใส่ความโจทก์ ในเฟซบุ๊กของจำเลย เพราะยังมีวิธีการที่จำเลยจะดำเนินการเพื่อร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ อีกหลายวิธี

ข้อ 8. ดังนี้ การกระทำของจำเลย จึงมิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนเองหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามครองธรรม หรือติชมด้วยความเป็นธรรม อันจะทำให้จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ประมวลกฎหมายอาญา 329 (1) (3)
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย

ปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย แพ่ง อาญา แรงงาน ปกครอง คดีล้มละลาย คดียาเสพติด อรรถคดีต่างๆ
รับว่าความทั่วราชอาณาจักร

รับว่าความทั่วราชอาณาจักร เชียวชาญทุกคดี อาทิ คดีแพ่ง คดีแบ่งมรดก คดีพินัยกรรมปลอม แบ่งกรรมสิทธิ์ คดีอาญา อาทิ คดีลักทรัพย์ ชิ่งทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยัก ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ปลอมเอกสาร ความผิดต่อตำแหน่งราชการ คดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทุจริต อรรถคดีอื่นๆ
งานคดีชั้นอุทธรณ์ ฎีกา

รับงานเขียนอุทธรณ์ ฎีกา คดีแพ่ง อาญา คดีแรงงาน คดีปกครอง อรรถคดีต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร

Legal services

Legal services cover a wide range of areas including business, family, and litigation. The main services include:


1. Legal Consultation: Providing advice on various laws such as civil, criminal, labor, tax, and business law.


2. Legal Drafting: Preparing contracts (e.g., employment, rental, sale) and legal documents (e.g., complaints, petitions).


3. Litigation Representation: Representing clients in lawsuits, defending their rights in civil, criminal, or labor courts.


4. Negotiation & Mediation: Assisting in dispute resolution through negotiation or mediation to avoid court trials.


5. Real Estate Services: Offering legal advice and handling documents related to real estate transactions, including buying, selling, and leasing property.


6. Business & Corporate Law: Helping with company formation, corporate structuring, and compliance with business regulations.


7. Family Law: Handling divorce, asset division, child custody, wills, and inheritance issues.


8. Labor & Employment Law: Providing guidance on employee rights, employment contracts, workplace disputes, and fair compensation.


9. Criminal Defense: Defending individuals against criminal charges and providing legal representation in criminal cases.


10. Estate Planning & Probate: Assisting with the management and distribution of assets after death, including will preparation and probate proceedings.


These services are essential for protecting legal rights and resolving disputes effectively in both personal and business matters.

ยินดีให้คำปรึกษา...

ข้อกฎหมาย ครอบคลุมทุกคดี ทุกปัญหามีทางออกเสมอ.

 

     บริการทางกฎหมายครอบคลุมหลายด้าน เช่น ธุรกิจ ครอบครัว และการฟ้องร้อง บริการหลักๆ มีดังนี้:

 

1. การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย: การให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายต่างๆ เช่น กฎหมายแพ่ง, อาญา, แรงงาน, ภาษี และกฎหมายธุรกิจ

 

2. การร่างเอกสารทางกฎหมาย: การจัดเตรียมสัญญาต่างๆ (เช่น สัญญาจ้าง, เช่า, ขาย) และเอกสารทางกฎหมาย (เช่น คำร้องเรียน, คำร้องขอ)

 

3. การเป็นตัวแทนในการฟ้องร้อง: การเป็นตัวแทนของลูกค้าในการฟ้องร้อง คุ้มครองสิทธิในศาลแพ่ง, อาญา หรือแรงงาน

 

4. การเจรจาต่อรองและการไกล่เกลี่ย: การช่วยเหลือในการแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาหรือการไกล่เกลี่ย เพื่อลดความจำเป็นในการฟ้องร้อง

 

5. บริการด้านอสังหาริมทรัพย์: การให้คำแนะนำและจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย หรือการเช่าอสังหาริมทรัพย์

 

6. กฎหมายธุรกิจและบริษัท: การช่วยจัดตั้งบริษัท การจัดโครงสร้างองค์กร และการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจ

 

7. กฎหมายครอบครัว : การจัดการเรื่องหย่าร้าง แบ่งทรัพย์สิน การเลี้ยงดูบุตร พินัยกรรม และการสืบทอดมรดก

 

8. กฎหมายแรงงานและการจ้างงาน: การให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้าง สัญญาจ้างงาน ข้อพิพาทในที่ทำงาน และค่าจ้างที่เป็นธรรม

 

9. การปกป้องทางกฎหมายในคดีอาญา: การปกป้องผู้ถูกฟ้องในคดีอาญาและการให้คำแนะนำด้านการฟ้องร้องคดีอาญา

 

10. การวางแผนมรดกและการพิสูจน์มรดก: การช่วยจัดการและแบ่งทรัพย์สินหลังจากผู้เป็นเจ้าของเสียชีวิต รวมถึงการเตรียมพินัยกรรมและกระบวนการพิสูจน์มรดก

 

บริการเหล่านี้สำคัญในการปกป้องสิทธิทางกฎหมายและการแก้ไขข้อพิพาททั้งในเรื่องส่วนตัวและธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

ยินดีบริการรับว่าความทั่วราชอาณาจักร
สำนักงานทนาย เรามี "ทนายความลำปาง" ทนายความเชียวชาญในคดี ทนายความรับงานคดีในกรุงเทพและปริมณฑล และรับงานคดีต่างจังหวัด ทุกจังหวัด หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับคดีความ เช่น คดีแพ่ง คดีอาญา คดีครอบครัว คดียาเสพติด คดีแรงงาน คดีปกครอง คดีอื่นๆ เรามีทีมทนายความมืออาชีพ ในการดูแลคดีของท่าน ในการฟ้องคดี แก้คดี สู้คดี ประนีประนอมยอมความ เขียนอุทธรณ์ เขียนฎีกา รับว่าความทั่วราชอาณาจักร พร้อมทำงาน เดินทางได้ทั่วประเทศ หากมีปัญหาข้อกฎหมาย คดีความ เรามีทนายความที่มีประสบการณ์เฉพาะคดี มากกว่า 10 ปี และเป็นทนายความที่จบเนติบัณฑิตไทย ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายเบื้องต้น โดยทนายความที่เชี่ยวชาญในการว่าความ พร้อมให้บริการที่มีคุณภาพและการสนับสนุนทางกฎหมายที่คุณสามารถไว้วางใจได้ ทนายความรับว่าความที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือในทุกเรื่องทางกฎหมายที่คุณต้องการ อาทิเช่น
ทนายความลำปางยื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครอง
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายครอบครัว ทนายความขอให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก ,ทนายสู้คดีตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายค่าอุปการะเลี้ยงดู ทนายความฟ้องชู้ เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู,ทนายลำปางสู้คดีฟ้องชู้
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายมรดก ทนายความลำปางคดีมรดก ,ทนายลำปางสู้คดีมรดก
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายที่ดิน ทนายความลำปางคดีที่ดิน,ทนายลำปางสู้คดีที่ดิน
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายบัตรเครดิต ทนายความลำปางคดีบัตรเครดิต ,ทนายลำปางสู้คดีบัตรเครดิต
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายเช่าซื้อ ทนายความลำปางคดีเช่าซื้อรถยนต์,ทนายลำปางสู้คดีเช่าซื้อ
ทนายปลำปางรึกษากฎหมายฟ้องคดี ทนายความลำปางลำปางรับฟ้องแพ่ง อาญา อื่นๆ
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายแนวทางสู้คดี ทนายความลำปางลำปางปรึกษากฎหมายต่อสู้คดี
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายแนวทางเขียนคำให้การ ทนายความลำปางยื่นคำให้การคดีต่างๆ
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายเงินกู้ ทนายความลำปางคดีเงินกู้,ทนายลำปางสู้คดีเงินกู้
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายผิดสัญญา ทนายความลำปางคดีผิดสัญญา,ทนายลำปางสู้คดีผิดสัญญา
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายเช็ค ทนายความลำปางคดีเช็คเด้ง,ทนายลำปางสู้เช็คเด้ง
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายซื้อขาย ทนายความลำปางคดีซื้อขาย ,ทนายลำปางสู้คดีซื้อขาย
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายคดีเช่า ทนายความลำปางคดีเช่า ,ทนายลำปางสู้คดีเช่า
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายก่อสร้าง ทนายความลำปางคดีก่อสร้าง ,ทนายลำปางสู้คดีรับเหมาก่อสร้าง
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายคดีรถชน ทนายความลำปางคดีรถชน ,ทนายสู้คดีรถชน
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายแรงงาน ทนายลำปางคดีแรงงาน ,ทนายลำปางสู้คดีแรงงาน
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายค้ำประกัน ทนายความลำปางคดีค้ำประกัน ,ทนายลำปางสู้คดีค้ำประกัน
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายจำนอง ทนายความลำปางคดีจำนอง ทนายลำปางที่ดิน
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายขายฝาก ทนายความลำปางคดีขายฝาก ,ทนายลำปางสู้คดีขายฝาก
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายคดีจัดการมรดก ทนายความลำปางจัดการมรดก ,ทนายลำปางสู้คดีมรดก
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายคดีแบ่งแยกมรดก ทนายความลำปางแบ่งแยกมรดก ,ทนายลำปางสู้แบ่งมรดก
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายที่ดิน ทนายความลำปางคดีที่ดิน ทนายลำปางความความคดีที่ดิน
ทนายลำปางปรึกษากฎหมายคดีปกครอง ทนายลำปางความคดีปกครอง
ทนายความลำปางรับเขียนทำคำให้การ ทนายความลำปางรับเขียนอุทธรณ์ ทนายความลำปางความรับเขียนฎีกา

 ทนายรับว่าความจ.กระบี่

 ทนายรับว่าความจ.กรุงเทพ

 ทนายรับว่าความจ.กาญจนบุรี

 ทนายรับว่าความจ.กาฬสินธุ์

 ทนายรับว่าความจ.กำแพงเพชร

 ทนายรับว่าความจ.ขอนแก่น

 ทนายรับว่าความจ.จันทบุรี

 ทนายรับว่าความจ.ฉะเชิงเทรา

 ทนายรับว่าความจ.ชลบุรี

 ทนายรับว่าความจ.ชัยนาท

 ทนายรับว่าความจ.ชัยภูมิ

 ทนายรับว่าความจ.ชุมพร

 ทนายรับว่าความจ.เชียงราย

 ทนายรับว่าความจ.เชียงใหม่

 ทนายรับว่าความจ.ตรัง

 ทนายรับว่าความจ.ตราด

 ทนายรับว่าความจ.ตาก

 ทนายรับว่าความจ.นครนายก

 ทนายรับว่าความจ.นครปฐม

 ทนายรับว่าความจ.นครพนม

 ทนายรับว่าความจ.นครราชสีมา

 ทนายรับว่าความจ.นครศรีธรรมราช

 ทนายรับว่าความจ.นครสวรรค์

 ทนายรับว่าความจ.นนทบุรี

 ทนายรับว่าความจ.นราธิวาส

 ทนายรับว่าความจ.น่าน

 ทนายรับว่าความจ.บึงกาฬ

 ทนายรับว่าความจ.บุรีรัมย์

 ทนายรับว่าความจ.ปทุมธานี

 ทนายรับว่าความจ.ประจวบคีรีขันธ์

 ทนายรับว่าความจ.ปราจีนบุรี

 ทนายรับว่าความจ.ปัตตานี

 ทนายรับว่าความจ.พะเยา

 ทนายรับว่าความจ.พังงา

 ทนายรับว่าความจ.พัทลุง

 ทนายรับว่าความจ.พิจิตร

 ทนายรับว่าความจ.พิษณุโลก

 ทนายรับว่าความจ.เพชรบุรี

 ทนายรับว่าความจ.เพชรบูรณ์

ทนายรับว่าความจ.อุบลราชธานี



ทนายรับว่าความจ.แพร่

ทนายรับว่าความจ.ภูเก็ต

ทนายรับว่าความจ.มสารคาม

ทนายรับว่าความจ.มุกดาร

ทนายรับว่าความจ.แม่ฮ่องสอน

ทนายรับว่าความจ.ไม่ระบุ

ทนายรับว่าความจ.ยโสธร

ทนายรับว่าความจ.ยะลา

ทนายรับว่าความจ.ร้อยเอ็ด

ทนายรับว่าความจ.ระนอง

ทนายรับว่าความจ.ระยอง

ทนายรับว่าความจ.ราชบุรี

ทนายรับว่าความจ.ลพบุรี

ทนายรับว่าความจ.ลำปาง

ทนายรับว่าความจ.ลำพูน

ทนายรับว่าความจ.เลย

ทนายรับว่าความจ.ศรีสะเกษ

ทนายรับว่าความจ.สกลนคร

ทนายรับว่าความจ.สงขลา

ทนายรับว่าความจ.สตูล

ทนายรับว่าความจ.สมุทรปราการ

ทนายรับว่าความจ.สมุทรสงคราม

ทนายรับว่าความจ.สมุทรสาคร

ทนายรับว่าความจ.สระแก้ว

ทนายรับว่าความจ.สระบุรี

ทนายรับว่าความจ.สิงห์บุรี

ทนายรับว่าความจ.สุโขทัย

ทนายรับว่าความจ.สุพรรณบุรี

ทนายรับว่าความจ.สุราษฎร์ธานี

ทนายรับว่าความจ.สุรินทร์

ทนายรับว่าความจ.หนองคาย

ทนายรับว่าความจ.หนองบัวลำภู

ทนายรับว่าความจ.อยุธยา

ทนายรับว่าความจ.อ่างทอง

ทนายรับว่าความจ.อำนาจเจริญ

ทนายรับว่าความจ.อุดรธานี

ทนายรับว่าความจ.อุตรดิตถ์

ทนายรับว่าความจ.อุทัยธานี





Watch Video

พื้นที่ให้บริการแนะนำธุรกิจ บริการ รูปแบบ Subdomain (youname.Lawsiam.com)
ราคาต่อปี 100,000 บาท (แบ่งชำระ 2 งวด 6 เดือน/ครั้ง ปีต่อปี)
-
แสดงผล 1หน้าเว็บไซต์ ไม่สามารถเพิ่มได้ / ส่งลิงค์ออกไปยัง facebook line ได้ -
ติดต่อ ทีมงาน [email protected] ส่งไฟล์ส่ง รายละเอียดต่างๆ


ทีมงานจะดำเนินการออกแบบให้ หรือส่งไฟล์เว็บไซต์
โดยส่งภาพมาให้ทีมงาน
จัดทำ หน้า landing page - 1 หน้า
หน้า
landing page คือ หน้าเจาะจงแสดงผลประชาสมัมพันธ์ ธุรกิจ 1 หน้า
แสดงผลหน้า landing page ในรูปแบบ Subdomain (youname.lawsiam.com)

Copyright © Kitja Law Office

Privacy Policy